วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2560

ถ้าโรงงานเก่า ต้องทำ HAZOP ? และP&ID



  ถ้าโรงงานเก่า ต้องทำ HAZOP  ? >>>>>


     ทำยังไงดี P&ID   ก็ไม่มี / แบบผังโรงงานหาย ? 

           หลายๆท่านที่ทำงานที่โรงงานที่มีอายุมากแล้ว (ไม่ใช่คนนะ ) แต่หมายถึงโรงงานที่ตั้งมานานแล้วบางทีก็ตั้งมาตั้งแต่โรงงานยังเป็นที่รกร้างป่าผีสิงอยู่เลย  (ฮา)     แต่เมื่อระบบต่างๆ เข้ามาทางโรงงานเองก็จำเป็นจะต้อง ปรับตัวตามไปด้วย  และไม่ว่ายังไง หากบริษัทไหนทำระบบด้านความปลอดภัยแล้วละก็ คงต้องมีการทำ  HAZOP  หรือ  Hazard And Operability Studied    จะพูดกันง่ายๆ ก็คือการใช้เทคนิควิเคราะห์และประเมินเพื่อชี้บ่งอันตรายและความเสี่ยง   เพื่อค้นหาอันตรายที่มันอาจจะเกิดขึ้นได้  โดยเราจะใช้เครื่องทุ่นแรงที่เรียกกันว่า  Key words ต่างๆ เช่น  More less  None   

     แต่วันนี้ไม่ได้จะมาคุยกันเรื่องนี้เลยครับ  ประเด็นปัญหามันอยู่ก่อนหน้านั้นอีก  ปัญหาคือ>>   

 มันต้องใช้ P&ID  อะสิ !!!!   เพราะพวกนี้มันต้องเป็นแนวทางในการวิเคราะห์พวกระบบท่อต่างๆ  เพราะ P&ID มันจะอธิบายถึงอุณหภูมิ แรงดัน  และอะไรต่อมิอะไรที่ควรรู้เพื่อใช้ในการวิเคราะ HAZOP  อีกทีหนึ่ง 

แล้ว P& ID  มันคืออะไรเหมือน Production line diagram  หรือเปล่า  คำตอบคือคล้ายๆ   

แต่ก่อนที่เราจะมาทำ P& ID  เราต้องทราบวิธีการอ่านมันก่อน   สำหรับวันนี้ก็จะมาอธิบายถึงการอ่าน P&ID  กันก่อนครับ 



[P&ID.jpg]


 ก่อนอื่นมาดูภาพนี้กันก่อน >>>>. 


ภาพนี้จะอธิบายถึง P & ID  เบื้องต้น    ดูยากใช้ไหมครับ  ตอนแรกผมก็คิดแบบนั้น  และตอนนี้ก็ยังคิดแบบนั้นอยู่ 555555  
 ล้อเล่นๆ  แต่ก็ยังมีความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น   เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังครับ  
 เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นผมจะขอแบ่งๆ เป็นข้อย่อยๆ  ให้ฟังครับ กินเค้กทั้งก้อนมันยาก แต่กินที่ละคำมันง่ายกว่า  คุณว่าจริงไหม 
1.  Sensor /measuring sensor /sensor equipment      หรืออุปกรณ์ตรวจจับทั้งหลาย 
        -มาดูที่ TE 03  เป็นตัวตรวจับอุณหภูมิ ที่ออกมาจากระบบ  ปกติดูง่ายๆ T  ก็คือ temperature หรืออุณหภูมิ   (ปกติแล้วจะมีสัญญาลักษณ์ที่เป็นสากล ที่กำหนดมาแล้ว แต่จะยังไม่ขอพูดในที่นี้นะครับ เอาให้เข้าใจอย่างง่ายๆ ก่อน )   ต่อมาก็จะลิงค์ไปตัวแปลงสัญญาน TT  03 ( T ในที่นี้จะหมายถึง transform นั้นเอง )  จากค่าอุณภูมิที่วัดได้เป็นสัญญานทางไฟฟ้า   เพื่อส่งต่อไปยัง TIC 03   เพื่อทำการแปลงเป็นสัญญานขนาด 4-20 mA  ตามมาตรฐานอีกทีหนึ่ง ส่วนตัวเลข 03 ก็คือลูปการทำงานที่เราให้เป็นตัวเลขเพื่อแยกระบบต่างๆ ออกจากกัน นั้นเอง
        -เรามาดูอีกลูปหนึ่งดีกว่า >>  LT01  สังเกตง่ายๆ มันเป็น ตัวตรวจจับเกี่ยวกับการวัดระดับน้ำ นั้นเอง  จากนั้นก็จะไปหา LIC 01 เพื่อแปลงเป็นสัญญานไฟฟ้าขนาด 4-20 mA    ส่วน PT02  เป็นตัวปรับแรงดัน  (P  ก็คือ Pressure นั้นเอง)  จากนั้นก็จะเปลี่ยนเป็นสัญญานไฟฟ้าขนาด 4-20 mA    ส่งไปยัง  PIC 02 
2.   Controller /controlling equipment    หรืออุปกรณ์ควบคุม
     - ตามที่เห็นในแผนภาพนะครับ P&ID  ตัวนี้เราจะเรียกว่า Controller ซึ่งจะเป็นตัวที่รับสัญญาน จากตัวแปลงหรือตัวส่งสัญญาน (TT01 PT02  และ LT01 ) ส่วนตัว TLC 03  จะเป็นตัวควบคุมการปิด เปิด  อุณภูมิ  และตัวควบคุม ตัวนี้จะรับสัญาณ 4-20 mA จาก LT01 และนำมาปรับเทียบกัน level  ตัวที่เราตั้งไว้ จากตัวคอนโทรลเลอร์โดยจะอ้างอิงข้อมูลจาก LIC 01  เป็นสัญญาญเบื้องต้นและส่งสัญญานโดยรวมไปยังตัวควบคุมตัวสุดท้าย LCV01  ผ่านทาง LY
     - ท้ายสุด PIC02   ห้องควบคุม แรงดัน และตัวควบคุมจะได้รับสัญญาณ 4-20 mA  จาก PT02 เปรียบเทียบตัวมันกับค่าความดันเริ่มต้น   สุดท้ายก็จะส่งสัญญาน ไปยัง PVC 02  ผ่านทาง PY



3. Final control  Element     หรืออุปกรณ์ควบคุมตัวสุดท้าย

    -  TCV03  เป็นตัวควบคุมอุณหภูมิ  วาล์ว ซึ่งระได้รับสัญญานจาก ๅTIC03  (ส่วนใหญ่จะอยู่ในห้องควบคุมครับ )  เพื่อเปิดปิดวาล์ว ระบาย condensate  หรือ หยดน้ำที่เกิดจากความชื้้น เพือควบคุมอุณหภูมิในระบบน้ำ
     สำหรับ  TCV03    แล้ว TY03  คือตัว I/P convector อธิบายง่ายๆ คือตัวนี้จะเป็นตัวแปลงสัญญานจากElectronic จาก TIC03  เป็นสัญญาน Pneumatic

    เหมือนกันกับ LCV 01  ตัวควบคุมระดับวาล์ว   จะได้รับสัญญานจาก LIC01  และPIC02  เพื่อทำการเปิด /ปิด วาล์วแต่ละตัว โดยจะล้อตามการควบคุมระดับ และความดัน
 
    - TY03, LY01 , PY02 จะถูกเรียกว่า Called tarn conductor  ตัวพวกนี้จะเปลี่ยนสัญญาน Electronic  เป็น  Pnuematic  เพือ่ความเข้าใจ เกี่ยวกับ  P&ID  จะเขียนย่อๆ ดังนี้


1.  temperature control   TE03 > TT03> TIC03> TCV03
2.  level control     LT01>LIC01 >LCV01
3.   Pressure control  PT02> PIC02 >PCV02



     ....... ฮู้ยยยย เหนื่อย    Ok  ต่อไป ถ้าเราเห็นตาราง P&ID   ก็ไม่ต้องกลัวอีกต่อไป  ให้นึกถึงผังอย่างง่ายตัวนี้   ความยุ่งยากต่างๆ ที่เราเห็นจะใช้วิธีการ เดินไลน์เส้นตามลูป การทำงาน  อย่าลืมนะครับว่า


     "  เข้าใจระบบ คือเข้าใจกระบวนการทำงานระบบ  "   นั่นเอง



 สำหรับตอนนี้   >>>>>>>>>>>>>>>    สวัสดีครับ

วันเสาร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2560

WTF!!! Confined Space อะไรกันนี้ที่อับอากาศ!!

what is  confined space ?   ว่าด้วยเรื่่องสถานที่อับอากาศ



สถานที่อับอากาศ 

 ตามกฎกระทรางล่าสุดที่ผมอ่าน น่าจะเป็นกฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหารและจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานในที่อับอากาศ พ.ศ. 2547   ซึ่งอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา103  แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541   (เอาซะยืดยาวเลย )   เอาจริงๆ ผมก็แค่อยากจะมาบอกว่าสถานที่อับอากาศตามกฎหมายมันคืออะไร ก็แค่นั้นเอง  

  





         เอาง่ายๆ แบบภาษาชาวบ้าน  สถานที่อับกาศก็คือ สถานที่อะไรก็ตามครับที่มีทางเข้าออกจำกัด แบบว่าเข้าลำบาคไรงี้ ทำให้อากาศข้างในมันไม่เพียงพอ ทำให้เราปลอดภัย  ตัวอย่างก็เช่น อุโมงค์  ถ้ำ  บ่อ หลุม  ห้องใต้ดิน ห้องนิรภัยต่างๆ ถังน้ำมัน ถังไซโล ท่อ เตา ถังหมักขนาดใหญ่ จะหลักอะไรก็ช่างเหอะ หรืออื่นๆ ที่มันเป็นแบบนี้  
       นอกจากนี้ก็ยังกำหนดบรรยากาศอันตรายเอาไว้ด้วย  แต่มันก็ยังคลุมเคลืออยู่ใใช่ไหมละ ว่าบรรยากาศอันตรายคืออะไร เขาก็เลยกำหนดไว้ตามนี้

  • ค่าออกซิเจน  ว่าต้องมีอยู่ระหว่าง  19.5 -23.5 เปอร์เซ็น โดยปริมาตร  จะได้จบ ไม่ต้องเถียงกัน
  • มีไอ ก๊าซ หรือละอองอะไรก็ตามที่ติดไฟได้ อยู่ร้อยละ10   ของค่าความเข้มข้นต่ำสุดของสารแค่ละตัว  (เราต้องไปหาเอาเองว่าเป็นสารอะไร ) 
  • ฝุ่นที่ติดไฟหรือระเบิดได้  ซึ่งมีค่าความเข้มข้นเท่ากับหรือมากกว่าความเข้มข้นขัั้นต่ำของสารเคมีตัวนั้นๆที่ติดไฟหรือระเบิดได้   (หาเองนะ สารแต่ละตัวไม่เท่ากัน) 
  • มีค่าความเข้มข้นของสารเคมีแต่ละชนิดเกินมาตรฐานกำหนด อันนี้เค้ายึด กฎกระทรวง ว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานในการบริหารและจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีเป็นสำคัญ  (-_-) 
    ด้วยเหตุผลเบื้องต้นเราก็จะทราบแล้วว่าสถานที่อับอากาศคืออะไรแต่เดี๋ยวก่อน !!! จ๊อดดดด และซ่าร่า  มันยังไม่จบแค่นั้น คนที่จะเข้าไปทำงานต้องมีคุณสมบัติพิเศษ (เพิ่มลูกชิ้นไหม  ไหม .. ไม่ต้องนะ 55) 

ดังนี้  .....
  • ต้องมีการอบรมก่อน ตามข้อ 21  ซึ่งกล่าวเอาไว้ว่า  ให้นายจ้างจัดให้มีการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศตามหลักเกณฑ์  วิธีการ และหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนด แก่ลูกจ้างทุกคน    ที่ทำงานในทีอับอากาศ รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องให้มีความรู้ความเข้าใจทักษะที่จำเป็นในการทำงานอย่างปลอดภัย  ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย  พร้อมทั้งวิธีและขั้นตอนในการปฎิบัติงาน 
     ... แสดงว่า  ใครผู้ใดสิจะทำงาน เยี่ยงนี้จักต้องไป อบรม เสียก่อน นั้นเองครับกระผม .... 


 ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เพื่อความปลอดภัยของทุกท่านที่ทำงานนั้นเอง  อย่างไรเสีย ไม่ต้องไปกังวลว่าต้องอบรมอะไรบ้างอย่างไร  อันนี้ ให้ทางฝ่ายฝึกอบรม เค้าหาให้ก็ได้ครับ อย่าไปworry  ให้เสีย self   เพราะปกติอบรมเค้าจะติดตามและอบรมตามกฎหมายใหม่กันอยู่แล้ว ใครเขาจะเอากฎหมายเก่ามาอบรม บริษัทจัดอบรมต่างๆ เค้าก็มีการแข่งขันกันอยู่แล้ว  ไม่ว่าจะด้านราคา หรือว่า การทันตามกฎหมาย 
      บอกให้หนอ่ยก็ได้ครับ มี 3 ผู้  นะที่ต้องอบรม

  1.      หลักสูตรผู้อนุญาต 
  2.      หลักสูตรผู้ควบคุมงาน
  3.      หลักสูตรผู้ช่วยเหลือ
  4.      หลักสูตรผู้ปฎิบัติงาน
  5.       หลักสูรผู้อนุญาต ผู้ควบคุมงาน  ผู้ช่วยเหลือและผู้ปฎิบัติงาน ( อบรมที่เดียวเลย)

     เอาละหวังว่าบทความนี้จะช่วยเพื่อนๆ ได้นะครับ เจอกันใหม่ อาทิตน์หน้า ...  BYE  JUB JUB :)



      



วันจันทร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2560

Tips for Staying Safe at Work

Tips for Staying Safe at Work 

แนวทางการทำงานอย่างปลอดภัย 




  • Keep your purse, wallet, keys, or other valuables with you at all times or locked in a drawer or closet. 
  • Check the identity of any strangers who are in your office. If anyone makes you uncomfortable, inform security or management immediately. 
  • Don’t stay late if you’ll be alone in the office. Create a buddy system for walking to parking lots or public transportation after hours, or ask a security guard to escort you. 
  • Report any broken or flickering lights, dimly lit corridors, broken windows, and doors that don’t lock properly. 
  • If you notice signs of potential violence in a fellow employee, report this to the appropriate person. Immediately report any incidents of sexual harassment. 
  • Know your company’s emergency plan. If your company does not have such a plan, volunteer to help develop one. 
  • If the company does not supply an emergency kit, keep your own emergency supplies (flashlight, walking shoes, water bottle, nonperishable food, etc.) in a desk drawer. 
  • If you work at home, in addition to making your home safe and secure, you should hang window treatments that obstruct the view into your office. You don’t want to advertise your expensive office equipment. 
  • Review your insurance policy—almost all policies require an extra rider to cover a home office. 
  • Mark your equipment with identification numbers, and keep an updated inventory list (with photos, if possible) in a home safe or a bank safe-deposit box. It’s a good idea to keep backups of your work in a secure, separate location as well. 
  • Follow the same caution with deliveries and pickups that businesses do. Anyone making a delivery to your home office should be properly identified before you open the door. Do not let the person enter your home.If you own the company, take a hard look at your business—physical layout, employees, hiring practices, operating procedures, and special security risks. Assess the company’s vulnerability to all kinds of crime, from burglary to embezzlement. Follow basic crime prevention principles, and work with local law enforcement to protect your business
  • คำแปล น๊ะจ๊ะ 
    หากเพื่่อนๆ ชาวบล๊อกทั้งหลาย อย่างทำงานกันอย่างปลอดภัย ไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลังแล้วละก็เรามีทริปดีๆ มาแนะนำ หวังว่าจะเอาไปใช้กันได้นะครับ 
  1.   อย่าลืมเก็บกระเป๋าสตางค์ของมีค่า กุญแจ หรืออะไรก็ตามที่มีมูลค่าติดตัวไว้ตลอดเวลา และถ้าไม่สามารถเอาติดตัวไปได้แล้วละก็ อย่าลืม ล๊อคกุญแจไว้ใต้ลิ้นชักหรือตู้ล๊อคเกอร์ก็ได้
  2.  อย่าลืมตรวจสอบคนแปลกหน้าที่เข้ามายุ่มยามภายในสำนักงานของเรา ถ้าคุณคิดว่าไม่ปลอดภัยแล้วละก็แจ้งพี่ รปภ.หรือผู้จัดการให้ลากคอหมอนั้นออกไปซะ
  3. อย่าอยู่คนเดียวในสำนักงาน (หรือออฟฟิตที่เราคุ้นเคยกันนั้นเหลาะ)  หาเพื่อนสักคนดีกว่า อย่างน้อยเค้าก็ยังพาเราไปลานจอดรถหรือสถานีรถไฟฟ้าใกล้ๆได้นะ อย่างน้อยก็เป็นหูเป็นตาไปบอกพี่ยามหน้าออฟฟิตได้นะเออ 
  4. รายงานเรื่องความชำรุดเสียหายของไฟตามทางต่างๆ หรือทางเดินทีแสงไม่ค่อยมี บางที่อาจจะมีประตูที่ไม่ได้ล๊อคด้วยก็ได้นะ 
  5. ถ้าเห็นการกระทำที่ไม่ดีเกิดขึ้นกับเพื่อนพนักงานของเราแล้วละก็ อย่าลืมรายงานให้คนที่เราเชื่อถือได้ด้วยละ อย่าลืมรายงานทันทีเลยนะ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์อะไรก็ตาม (รวมถึงการล่วงละเมิดทางทางเพศด้วยนะ...!!)
  6. อย่าลืมหาอ่านแผนฉุกเฉินของบริษัทไว้เนิ่นๆ นะ หากเกิดเหตุอะไรจะได้รู้ว่าต้องทำอย่างไร ถ้าไม่มีแล้วละก็หาใครช่วยทำสิ (ใช้ จป.ซิ  เค้าทำให้) 
  7. ถ้าบริษัทฯคุณไม่มีงบจัดซื้อพวกอุปกรณ์ฉุกเฉินให้แล้วละก็  สงสัยคุณต้องหาซื้อมาใช้เองแล้วละ  ไม่ต้องแพงหรอก ของง่ายๆ อย่างไฟฉาย รองเท้าผ้าใบ น้ำขวดแล้วก็อาหารที่เก็บไว้ได้นาน ๆ  เก็บไว้ใต้ลิ้นชักเลย 
  8. ถ้าหากคุณเป็นพวกทำงานที่บ้านแล้วละก็ ควรหาผ้าม่านมาบดบังพวกอุปกรณ์ราคาแพงของคุณหน่อยนะ ไม่งั้นแล้วละก็มันจะไปต้องตามิจจฉาชีพเข้า
  9. อย่าลืมกลับไปดูเอกสารสัญญาประกันภัยซักหน่อย ว่ามีการระบุเกี่ยวกับการทำงานที่บ้านด้วยหรือเปล่า เดี๊ยวเกิดเหตุจะใช้ประกันไม่ได้เอานะ 
  10. ทำเครื่องหมายที่อุปกรณ์สำนักงานของคุณซะ แล้วก็อัพเดทเป็นประจำ (ถ้าถ่ายรูปไว้ได้ก็ดี) เก็บข้อมูลเอกสารไว้ในสถานที่ปลอดภัยหรือไม่ก็เช้าตู้ที่ธนาคารไว้ก็ได้ มันเป็นความคิดที่ไม่เลวเลยหากเราจะเก็บข้อมูลไว้ที่อื่นบ้าง (เผื่อเหลือเผื่อขาดนะ)
  11. กระทำการอันใดก็ตามด้วยความระมัดระวังประหนึ่งจัดส่งสินค้าราคาแพงให้ลูกค้า  ใครก็ตามที่เข้ามายังสำนักงานของเราต้องระบุตัวตนได้ก่อนเปิดประตูต้อนรับ อย่าปล่อยให้ใครเข้ามาได้ง่ายๆละ  ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจเองแล้วละก็ ต้องใส่ใจเรื่องนี้เป็นพิเศษนะ  สังเกตพื้นที่ทั่วๆไป การจ้างพนักงาน  ขั้นตอนการทำงาน หรือความเสี่ยงอื่นๆ ต้องครอบคลุม ประเมินช่องโหว่ของเราดูตั้งแต่การลักทรัพย์ไปถึงการยักยอกเงินเลยละ  อย่าลืมปฎิบัติตามหลักการป้องกันอาชญากรรมขึ้นพื้นฐาน และทำงานภายใต้ข้อบังคับทางกฎหมายท้องถิ่นด้วย  
เท่านี้ก็สามารถ ช่วยให้ออฟฟิตเราปลอดภัยจากอันตราย ได้แล้วจ้า ......